วันพฤหัสบดีที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

แจ้งมติมหาเถรสมาคม ครั้งที่ 13/2562 เรื่องกำหนดวันสอบธรรมสนามหลวง ประจำปีการศึกษา 2562



   
สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้แจ้งมติมหาเถรสมาคม ครั้งที่ 13/2562 
เรื่องกำหนดวันสอบธรรมสนามหลวง ประจำปีการศึกษา 2562

ในการนี้ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ขอความร่วมมือประชาสัมพันธ์การสอบธรรมศึกษาในสถานศึกษา และถวายความสะดวกให้แก่คณะสงฆ์ในการจัดการเรียนการสอนและการสอบธรรมสนามหลวง ประจำปีการศึกษา 2562 และสามารถดาวน์โหลด มติมหาเถรสมาคม ครั้งที่ 13/2562 เรื่องกำหนดวันสอบธรรมสนามหลวง ได้ที่เว็บไซต์ คลิกที่นี่ 

วันพฤหัสบดีที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

แหล่งการเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์และโบราณคดี

                                        พิพิธภัณฑ์สถานศึกษาแห่งชาติ ได้ทำการปรับปรุงห้อง
                       จัดแสดงให้มีความทันสมัย สำหรับการเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์และ
                       โบราณคดี  และได้เปิดห้องจัดแสดง จำนวน 2 ห้อง เรียบร้อยแล้ว

                       ขอเชิญชวนนักเรียน นักศึกษาและประชาชนทั่วไป เข้าชมห้องจัดแสดง
                       ได้ทุกวันพุธ- อาทิตย์ เวลา 09.00 - 16.00 น. ณ พิพิธภัณฑ์
                       สถานแห่งชาติ ถลาง เลขที่ 217/4 ม.3 ต.ศรีสุนทร  อ.ถลาง  จ. ภูเก็ต
                      
                       สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นางสาววรัญญา แก้วพวง
                       เจ้าพนักงานพิพิธภัณฑ์ปฏิบัติงาน  หมายเลขโทรศัพท์ 076-379 895-7

วันศุกร์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2562

สพฐ.และคณะติดตามลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงเรียนร่วมพัฒนา Partnership School จ.ระยอง

สพฐ.และคณะติดตามลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงเรียนร่วมพัฒนา Partnership School จ.ระยอง

นายสนิท แย้มเกษร รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (รองเลขาธิการ กพฐ.)
ว่าที ร.ต.ธนุ วงษ์จินดา ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
นายมีชัย วีระไวทยะ ผู้ก่อตั้งมูลนิธิวีระไวทยะ
รองประธานคณะกรรมการโครงการโรงเรียนร่วมพัฒนา
นางปัทมา วีระวานิช ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ
นางสาวจารุนันท์ แก้วทองนาค ผู้แทนจากสำนักงาน ก.ค.ศ.
นางจารุภา สังขารมย์ ผู้เชี่ยวชาญ สพฐ.
และคณะกรรมการโครงการฯ เดินทางตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของโรงเรียนวัดกระเฉท และโรงเรียนวัดเกาะ จ.ระยอง ซึ่งเป็นโรงเรียนในโครงการโรงเรียนร่วมพัฒนา (Partnership School Project)
นายสนิท แย้มเกษร รองเลขาธิการ กพฐ. กล่าวว่า การตรวจเยี่ยมโรงเรียนวัดกระเฉท และโรงเรียนวัดเกาะ
เพื่อดูความก้าวหน้าภายหลังจากที่โรงเรียนได้เข้าร่วมโครงการมาระยะหนึ่งแล้ว และพบว่าโรงเรียนทั้ง 2 แห่งสามารถบริหารจัดการได้ดีและมีความหลากหลายทั้งทางวิชาการและการปฏิบัติทางการเกษตรของเด็กนักเรียน
ที่สามรรถนำผลผลิตที่ได้ไปขายได้ทั้งเงินและได้ความรู้ให้เด็กและชุมชนประกอบอาชีพด้วย
โครงการร่วมพัฒนา (Partnership School Project) มีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการให้ภาคเอกชนที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาร่วมเป็นกรรมการบริหาร ในคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานของโรงเรียน เพื่อมาร่วมคิดร่วมพัฒนา และร่วมประเมินติดตามผลการจัดการศึกษา การประเมินครู คุณภาพนักเรียน ชุมชน
โดยใช้โรงเรียนเป็นศูนย์กลาง โดยเริ่มแรกภาคเอกชนและโรงเรียนจะต้องทำแผนพัฒนาร่วมกัน ทั้งด้านวิชาการ กิจกรรมที่จะพัฒนานักเรียนในด้านต่าง ๆ และกิจกรรมร่วมกับชุมชนที่เข้ามาร่วมพัฒนาโรงเรียน
ขณะนี้โรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการฯมีความเข้าใจและสามารถพัฒนาไปได้มาก และเชื่อว่าโครงการฯนี้จะดำเนินการต่อไปอย่างแน่นอน เนื่องจากเป็นนโยบายของรัฐบาล โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่เป็นผู้มอบนโยบายนี้ ให้กระทรวงศึกษาธิการ ดำเนินโครงการฯ ประกอบกับภาคเอกชนที่ร่วม MOU สนับสนุนโครงการนี้เป็นระยะเวลา 5 ปี ซึ่งก็จะทำให้โรงเรียนและชุมชนมีความเข้มแข็งขึ้น
ซึ่งโครงการได้ตั้งเป้าจะให้มีโรงเรียนร่วมพัฒนา (Partnership School Project) ให้ครบทุกจังหวัด
ขณะเดียวกัน ดร.สุเทพ ชิตยวงศ์ เลขาธิการ กพฐ.
ได้มีนโยบายให้ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา(สพท.)ทั่วประเทศ ร่วมกับภาคเอกชนให้เข้ามาสนับสนุนการศึกษา นำร่องเขตพื้นที่ละ 5 โรงเรียน และคาดว่าภายใน 2 เดือนนี้จะทราบตัวเลขโรงเรียน และจำนวนบริษัทเอกชนที่มาร่วมสนับสนุน
โดยในวันนี้ได้มีการประชุมคณะกรรมการพัฒนานวัตกรรมการบริหารจัดการสถานศึกษาในรูปแบบโรงเรียนรวมพัฒนา(Partnership School Project)
โดยมีบริษัทเอกชนต่างๆ รวมถึงหอการค้า จ.ระยอง เข้าร่วมประชุมด้วย
และจะนำผลการตรวจเยี่ยมโรงเรียนในวันนี้เข้าหารือในที่ประชุมด้วย คาดว่าจะมีบริษัทเอกชนเข้าร่วมสนับสนุนโรงเรียนในโครงการฯให้สามารถพัฒนาอย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น








วันพุธที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2562

“โครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 2”




“โครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 2”

หลักการและเหตุผล

                    ทุกวันนี้ คนไทยมีพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ต่างไปจากเดิมมากมาย
มีโรคที่เกิดขึ้นทั้งจากเชื้อโรค 
สภาพแวดล้อม และพฤติกรรมในการดำเนินชีวิต
เพราะฉะนั้นการมีสุขภาพที่ดีนั้นต้องประกอบด้วย 4 มิติ คือ กาย ใจ ปัญญา และสังคม
และนั่นก็คือภารกิจของ สสส. ในการสร้างเสริมสุขภาพเพื่อ “ป้องกันก่อนรักษา”
                    ด้วยความเชื่อในพลังคนรุ่นใหม่ในการเปลี่ยนแปลงโลก และเชื่อมั่น
ในศักยภาพของเยาวชน
 และเครือข่ายครูที่จะเป็นกำลังสำคัญในการทำงาน
สร้างเสริมสุขภาพ สร้างนวัตกรรมและการเปลี่ยนแปลงให้คนมีสุขภาพที่ดีขึ้นได้
สสส. จึงได้จัดโครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ


 (ThaiHealth Inno Awards) ขึ้นเป็นครั้งแรก ระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2560 –
กรกฎาคม 2561 
เพื่อสร้างโอกาสให้เยาวชนคนรุ่นใหม่แสดงความคิดความสามารถ
บ่มเพาะทักษะความสามารถในการประดิษฐ์ คิดค้น ต่อยอดนวัตกรรม
 ผ่านการวิเคราะห์การใช้วิทยาศาสตร์ สังคมศาสตร์ และเทคโนโลยี รวมทั้งปลูกฝัง
แนวคิดด้านการสร้างเสริมสุขภาพ ในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ เพื่อนำไปแก้ไขปัญหา
สุขภาพในชุมชนและสังคมได้จริง โดยแบ่งการประกวดเป็น 2 ระดับ ได้แก่
ระดับมัธยมศึกษา (ม.1 - 6) และ ระดับอาชีวศึกษา (ปวช. หรือเทียบเท่า)

                    สสส. มุ่งหวังที่จะสร้างและพัฒนาเยาวชนไทยให้เป็น “เมล็ดพันธุ์นวัตกร
สร้างเสริมสุขภาพ”โดยการบ่มเพาะทักษะ ความรู้ ความสามารถเพื่อบ่มเพาะทักษะ
ความรู้ ความสามารถด้านการวิจัย ประดิษฐ์คิดค้น สร้างสรรค์นวัตกรรมให้สามารถใช้ได้จริง
เพื่อสร้างนวัตกรรุ่นใหม่ที่ใส่ใจด้านการสร้างเสริมสุขภาพ


โครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ (ThaiHealth Inno Awards) ครั้งที่ 2
จึงได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องเพื่อเสริมสร้างวิธีคิดในการพัฒนานวัตกรรมให้สามารถตอบโจทย์
ความต้องการของการสร้างเสริมสุขภาพให้กับเด็กและเยาวชนที่จะเป็นกำลังสำคัญที่ทำให้คน
ในชุมชนและสังคมมีสุขภาพที่ดีได้อย่างยั่งยืน

วัตถุประสงค์ของโครงการ

                    1. สร้างโอกาสให้กับเยาวชนนักคิด นักวิจัย นักประดิษฐ์ นวัตกร 
ได้สร้างสรรค์โครงงานผลงานสิ่งประดิษฐ์ และนวัตกรรมด้านการสร้างเสริมสุขภาพ
ที่สามารถต่อยอดและนําไปพัฒนาให้เกิดขึ้นได้จริง 

                    2. บ่มเพาะทักษะ ความรู้ ความสามารถของเยาวชนด้านการวิจัย ประดิษฐ์ คิดค้น
และสร้างสรรค์นวัตกรรม และเพิ่มความเข้าใจในการต่อยอดผลงานให้สามารถเกิดขึ้นได้จริง
รวมถึงบ่มเพาะแนวคิดด้านการสร้างเสริมสุขภาพเพื่อสร้างนวัตกรรุ่นใหม่ที่ใส่ใจด้านสุขภาพ

ผู้รับผิดชอบโครงการ

                   สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
โดย สำนักพัฒนาภาคีสัมพันธ์และวิเทศสัมพันธ์ สำนักศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ

และฝ่ายสนับสนุนงานนวัตกรรม

รายละเอียดเพิ่มเติม คลิกที่นี่

วันพุธที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

สพฐ. จัดประชุมสัมมนา ผอ.สพท. ครั้งที่ 1/2562 "ทิศทางการขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน"







วันที่ 29 พฤษภาคม 2562 นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) เป็นประธานในการประชุมสัมมนาผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศครั้งที่ 1/2562ภายใต้หัวข้อ “ทิศทางการขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน” เพื่อให้ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาและมัธยมศึกษาทุกเขต รับนโยบายและทิศทางการพัฒนาการจัดการศึกษาจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยมี ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ผู้แทนกลุ่มโรงเรียนการศึกษาพิเศษ ผู้บริหาร สพฐ. และบุคลากรที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม จำนวน 420 คน ณ วิทยาลัยการอาชีวศึกษาปทุมธานี อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี



สำหรับการประชุมในครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อให้ ผอ.สพท. ได้รับนโยบายและทิศทางในการพัฒนาการจัดการศึกษา พร้อมทั้งประชุมหารือข้อราชการการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน การติดตามการดำเนินงาน รวมถึงปัญหาอุปสรรคและแนวทางการพัฒนางานการศึกษาขั้นพื้นฐาน นอกจากนั้น ยังได้แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับสภาพการดำเนินงาน ประสบการณ์ในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน และสร้างความเข้าใจในด้านนโยบาย เพื่อนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติแก่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกแห่งทั่วประเทศ เพื่อให้ ผอ.สพท. ทั่วประเทศได้ดำเนินการตามนโยบายและขับเคลื่อนการบริหารงานได้อย่างเหมาะสม และสอดคล้องกับแนวทางการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน










“สำหรับการประชุมในวันนี้ ได้มีการแบ่งกลุ่มอภิปรายข้อมูลด้านต่างๆ โดยวิเคราะห์จากฐานข้อมูลและสภาพปัจจุบัน รวมถึงปัญหาและแนวทางการแก้ไข เพื่อตอบโจทย์ของการประชุม “ทิศทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน” โดยใช้ฐานข้อมูลและปัจจัยด้านบวกเป็นหลัก เช่น จุดแข็ง โอกาส และความเป็นไปได้ในการพัฒนาจากบริบทปัจจุบันในยุคดิจิทัล ผ่านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกัน นอกจากนั้นยังได้อภิปรายเรื่องการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาสำหรับเด็กพิเศษและเด็กด้อยโอกาส เจตคติของครูผู้สอนเด็กพิการเรียนรวมในสถานศึกษาทั่วไป รวมถึงสื่อ สิ่งอำนวยความสะดวก และบริการการศึกษาสำหรับเด็กพิเศษ ระบบการเปลี่ยนผ่านหรือการส่งต่อเด็กพิเศษ และการร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนในการส่งเสริมและสนับสนุนเด็กพิเศษและเด็กด้อยโอกาส ทั้งหมดนี้เพื่อให้ ผอ.สพท. ได้นำข้อมูลเชิงคุณภาพของพื้นที่การศึกษาของแต่ละเขตมาเป็นฐานในการอภิปรายโดยนำเสนอในรูปแบบพื้นที่ เพื่อนำนวัตกรรมที่ได้เรียนรู้ไปปรับใช้ในพื้นที่การศึกษาของแต่ละเขตได้” เลขาธิการ กพฐ. กล่าว 
ข่าว อัจฉรา ปชส.สพฐ.



วันศุกร์ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

พลเอก สุทัศน์ กาญจนานนท์กุล รับฟังปัญหาความก้าวหน้า ข้อเสนอแนะ การดำเนินงานไตรมาส 3



นายภิรมย์ จีนธาดา ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปัตตานี เขต 1 ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มอบหมายให้เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการติดตามและจัดทำรายงานผลการจัดการศึกษา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2562 ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานไตรมาสที่ 3 โดยมีนายวาทิต มีสนุ่น ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานและบริหารการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ,ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถม/มัธยมศึกษาในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ,ศึกษาธิการภาค 7 ,ศึกษาธิการจังหวัดในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ,ผู้อำนวยการกลุ่มนโยบายและแผน ,ผู้อำนวยการโรงเรียนในโครงการสานฝันฯ เขตละ 2 คน ,ผู้อำนวยการโรงเรียนในโครงการโรงเรียนประชารัฐจังหวัดชายแดนภาคใต้ เขตละ 2 คน ,ผู้อำนวยการโรงเรียนในโครงการโรงเรียนคุณภาพประจำตำบล เขตละ 2 คน ,ผู้อำนวยการโรงเรียนในโครงการพิเศษอื่นๆ เขตละ 1 คน และบุคลากร ศูนย์ประสานงานและบริหารการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ และยังแบ่งกลุ่มประชุมสรุปความก้าวหน้าการดำเนินงาน ปัญหา ข้อขัดข้อง และข้อเสนอแนะ เพื่อประมวลข้อมูลความพร้อมของสถานศึกษาในโครงการ ฯ ต่างๆ ของการเปิดภาคเรียน พร้อมทั้งปัญหา ขัดข้อง ข้อเสนอแนะ ของสถานศึกษาและหน่วยงานต้นสังกัดในพื้นที่ให้มีความชัดเจน เป็นรูปธรรม โดยช่วงบ่ายของวันนี้ พลเอก สุทัศน์ กาญจนานนท์กุล ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และผู้แทนพิเศษของรัฐบาลจะมารับทราบผลการดำเนินงาน ปัญหา ข้อขัดข้อง ตลอดจนข้อเสนอแนะ ณ โรงแรมหรรษา เจบี หาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปช่วยขับเคลื่อนในการแก้ไขปัญหาด้านการศึกษาของจังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป
พงศ์สัณห์ อุ่นอก / 📸ภาพ 📃ข่าว
วันพฤหัสบดี ที่ 23 พฤษภาคม 2562 เวลา 09.00 น. 









วันพฤหัสบดีที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

สพฐ. ลงพื้นที่ติดตามการเตรียมความพร้อมในการเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2562


วันพุธ ที่ 15 พฤษภาคม 2562 เวลา 09.00 น. นายภิรมย์ จีนธาดา ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปัตตานี เขต 1 พร้อมด้วยผู้บริหารสถานศึกษา คณะศึกษานิเทศก์ ข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา ร่วมต้อนรับและรับการติดตามการเตรียมความพร้อมในการเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2562 ของสถานศึกษาในสังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปัตตานี เขต 1 ซึ่งโรงเรียนที่ได้รับการคัดเลือกติดตามมีจำนวน 4 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนอนุบาลปัตตานี โรงเรียนชุมชนบ้านปูยุด โรงเรียนบ้านควนดิน และโรงเรียนบ้านปะแดลางา ทั้ง 4 โรงเรียนนี้เป็นกลุ่มเป้าหมาย คือ โรงเรียน 1 ตำบล 1 โรงเรียนคุณภาพ โรงเรียน DLTV โรงเรียนที่เปิดสอนโปรแกรมภาษาอังกฤษ และโรงเรียนที่ทำการเรียนการอสนแบบปกติ
.
ในการนี้คณะติดตามจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน นำโดยนายชัชวาล ไชยบุญญานุภาพ ผู้อำนวยการกลุ่มติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา (ภาคใต้) สตผ.สพฐ. และนางนงลักษณ์ วิไลวงศ์เสถียร ผู้อำนวยการกลุ่มติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา (ภาคตะวันออก) สตผ.สพฐ. ได้ลงพื้นที่ติดตามความพร้อมในการเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2562 สำหรับการเตรียมความพร้อมโรงเรียนจะต้องมีความสะอาด โครงการอาหารกลางวันให้เกิดความเรียบร้อยตามแนวทางการจัดอาหารกลางวันของสพฐ. ภาวะโภชนาการของนักเรียน ความปลอดภัยในสถานศึกษา ห้องเรียน อุปกรณ์สื่อการสอน และเครื่องเล่นในสนามเด็กเล่น ตรวจเช็คสภาพอาคารสถานที่รวมถึงระบบไฟฟ้าให้เกิดความเรียบร้อย อีกทั้งในปีการศึกษานี้โรงเรียนคุณภาพประจำตำบลจะต้องเปิดเรียนอย่างเป็นทางการเป็นปีการศึกษาแรก ดังนั้นเราจะต้องเตรียมความพร้อมเรื่องครูและสื่อการเรียนการสอนด้วย รวมถึงนโยบายเรียนฟรี เรียนดี 15 ปี อย่างมีคุณภาพ ส่วนกลุ่มโรงเรียนในโครงการการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ภายใต้ มูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ในพระบรมราชูปถัมภ์ ที่จะต้องเตรียมความพร้อมห้องเรียน เตรียมความพร้อมของครู การติดตั้งโทรทัศน์ระบบการรับสัญญาณ จานดาวเทียม อุปกรณ์การเรียนในการจัดการเรียนการสอน รวมถึงโรงเรียนที่เปิดสอนภาษาต่างประเทศทั้งหมดด้วย ว่ามีการเตรียมความพร้อมโรงเรียนจะต้องบริหารจัดการและแนวปฏิบัติแจ้งให้ผู้ปกครองรับทราบอย่างชัดเจน ในการติดตาม ฯ ครั้งนี้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้ใช้แบบสอบถามทางอิเล็กทรอนิกส์ (google form) 2 ฉบับ สำหรับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา 1 ฉบับ และสำหรับโรงเรียน 1 ฉบับ โดยตอบแบบสอบถามได้ถึงวันที่ 20 พฤษภาคม 2562 เพื่อการพัฒนาศักยภาพผู้เรียนสู่คุณภาพที่มากยิ่งขึ้น