วันพฤหัสบดีที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2561

การประกวดภาพวาดเด็กและเยาวชน และประกวดออกแบบสติ๊กเกอร์ Line หัวข้อ "การต่อต้านการค้ามนุษย์"

               

                 ด้วย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่งคงของมนุษย์ ได้กำหนดจัดงานต่อต้านการค้ามนุษย์ ประจำปี 2561 ในช่วงต้นเดือนมิถุนายน 2561 โดยกำหนดให้มีการประกวดวาดเด็กและเยาวชน และประกวดออกแบบสติ๊กเกอร์ออกแบบสติ๊กเกอร์รณรงค์ต่อต้านการค้ามนุษย์ ในแอพพลิเคชั่น LINE  ในหัวข้อ “การต่อต้านการค้ามนุษย์” ในระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษา ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ระดับอุดมศึกษา ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) และระดับบุคคลทั่วไป ไม่จำกัดอายุ โดยสามารถส่งผลงานได้ที่กองต่อต้านการค้ามนุษย์ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ อาคารซีพี ทาวเวอร์ 3 ชั้น 7 อาคาร A เลขที่ 34 ถนนพญาไท แขวงพญาไท เขตราชเทวี กทม.10400 ภายในวันที่ 30 เมษายน 2561 ซึ่งผู้ที่ชนะการประกวดจะได้รับรางวัลและเกียรติบัตรจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี รายละเอียดเพิ่มเติม คลิ๊กที่นี่



วันจันทร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

สพฐ. จัดงานใหญ่ “ศิลปหัตถกรรมนักเรียนระดับชาติ ครั้งที่ 67”



                   





สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ขอเชิญชมความสามารถของนักเรียนไทยในงานศิลปหัตถกรรมนักเรียนระดับชาติ ครั้งที่ 67 ปีการศึกษา 2560 ภายในงานมีการนำผลงานทุกด้านของนักเรียนที่ได้รับการคัดเลือกและได้รับรางวัลชนะเลิศในระดับภาคจากทุกเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ มาประกวดแข่งขัน เพื่อชิงชัย ในระดับประเทศ รวมทั้งการจัดแสดงผลงานและจำหน่ายสินค้าฝีมือนักเรียนทั่วประเทศ โดยมี ศาสตร์จารย์คลินิก นายแพทย์อุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) เป็นประธานพิธีเปิดเมื่อ วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2561 ณ ศูนย์ประชุมธรรมศาสตร์รังสิต
.
นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการ กพฐ. เปิดเผยว่า สพฐ. สนองเจตนารมณ์ของการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน โดยจัดกิจกรรมส่งเสริมความรู้ ทักษะ และพัฒนาศักยภาพของนักเรียนให้มีโอกาสแสดงผลงานความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ โดยการจัดการแข่งขันทางวิชาการ และประกวดทักษะการสร้างสิ่งประดิษฐ์ต่าง ๆ ในงานศิลปหัตถกรรมนักเรียนต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี สำหรับครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 67 ภายใต้กรอบแนวคิด "นวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ สู่การพัฒนาชุมชน" งานศิลปหัตถกรรมนักเรียนระดับชาติ ปีการศึกษา 2560 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 11 - 13 กุมภาพันธ์ 2561 ณ ศูนย์ประชุมธรรมศาสตร์รังสิต และสถานศึกษาในจังหวัดปทุมธานีและนนทบุรี เพื่อนำนักเรียนที่ได้รับรางวัลเหรียญทองลำดับที่ 1 ถึงที่ 3 จากการแข่งขันในระดับภาคทั้ง 4 ภูมิภาค มานำเสนอและแข่งขันทักษะฝีมือใน 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนรวมกว่า 700 กิจกรรม ทั้งยังเป็นการพัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะทางด้านวิชาการ วิชาชีพ ดนตรีนาฏศิลป์ ศิลปะ และเป็นการเปิดเวทีให้เด็กได้แสดงออกตามความสามารถของตนเองอย่างอิสระและสร้างสรรค์ รวมทั้งการใช้กิจกรรมเป็นสื่อเพื่อการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรมด้วย
.
รมช.ศธ. กล่าวชื่นชม สพฐ. ที่ได้ร่วมมือกันจัดกิจกรรมเพื่อธำรงรักษาไว้ซึ่งศิลปหัตถกรรมของไทย ความเป็นชาติไทย อันได้แก่ วัฒนธรรมประเพณี ศิลปะ ที่มีความประณีตสวยงาม แสดงออกถึงความเป็นไทยที่มีความอ่อนโยน สร้างสรรค์ สืบสานกันมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นจิตรกรรม ประติมากรรมหรือสถาปัตยกรรม ที่มีผู้สร้างสรรค์ให้ปรากฏในวิถีการดำรงชีวิตของคนไทย รวมถึงการนำศิลปะไปใช้เพื่อประกอบอาชีพการงาน ทั้งงานจักสาน งานทอ งานปั้น งานแกะสลัก รวมถึงดนตรีและนาฏศิลป์ทุกแขนง นับว่าเป็นงานที่ต้องช่วยกันอนุรักษ์สืบสานให้อยู่คู่กับวงการศึกษาไทยตลอดไป พร้อมขอบคุณผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ตลอดจนนักเรียนและครู ที่เสียสละเวลาทุ่มเทกำลังกายกำลังใจในการแสดงศักยภาพให้เกิดผลในด้านต่าง ๆ จนเป็นที่ประจักษ์ต่อสาธารณชน เพื่อให้เกิดการเสนอแนะพัฒนาและปรับปรุงงานในครั้งต่อไป
.
เลขาธิการ กพฐ. กล่าวทิ้งท้ายว่า การจัดงานศิลปหัตถกรรมนักเรียนระดับชาติครั้งที่ 67 นี้ นอกจากจะได้เห็นศักยภาพของนักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา ผ่านผลงานทางการศึกษาและความก้าวหน้าของการจัดการศึกษาตามนโยบายกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งสามารถยืนยันได้ว่าเด็กและเยาวชนไทย สามารถก้าวไปอยู่แถวหน้าในเวทีอาเซียนได้อย่างน่าภาคภูมิใจ และยังถือเป็นเวทีแห่งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ได้เป็นอย่างดี จึงขอเชิญชวน นักเรียน ครู ผู้ปกครองและประชาชนทั่วไปมาชื่นชมความสามารถของลูกหลาน เป็นกำลังใจให้กับครูและนักเรียนทั่วประเทศ กับสุดยอดผลงานศิลปหัตถกรรมนักเรียนที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาเด็กและเยาวชน รวมทั้งสามารถเลือกชิมและเลือกซื้อสินค้าผลิตภัณฑ์ผลงานนักเรียนที่นำมาจำหน่ายในราคาย่อมเยาอีกด้วย.

วันอังคารที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2561

ชุดความรู้ NuPETHS

      
       กรมอนามัยได้กำหนดประเด็นยุทธศาสตร์ ส่งเสริมสุขภาพเด็กวัยเรียนให้แข็งแรงและฉลาด โดยส่งเสริมให้เด็กมีความรู้ ทักษะสุขภาพ และพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์สามารถจัดการตนเองได้อย่างเหมาะสม ทั้งด้านอาหาร สุขภาพ และสิ่งแวดล้อม ร่วมกับครอบครัว ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ E-book สามารถดาวน์โหลดเอกสาร คลิ๊กที่นี่  ดาวน์โหลดไฟล์ PDF คลิ๊กที่นี่  

วันอังคารที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2560

สานพลังประชารัฐ ด้านการศึกษาพื้นฐาน




สานพลังประชารัฐ ด้านการศึกษาพื้นฐาน และการพัฒนาผู้นำ (E5)
รายละเอียดเพิ่มเติม คลิ๊กที่นี่

วันพฤหัสบดีที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

สพฐ. เผยข้อเท็จจริงกรณีการอบรมหลักสูตรพัฒนาครู





สพฐ. เผยข้อเท็จจริงกรณีการอบรมหลักสูตรพัฒนาครู

ตามที่กระทรวงศึกษาธิการมีนโยบายให้สำนักพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เปิดให้ครูเลือกเข้ารับการอบรมในหลักสูตรที่ได้รับการรับรองจากสถาบันคุรุพัฒนา โดยมีการจัดงบประมาณในการอบรม หรือ คูปอง ให้กับครู คนละ 10,000 บาทต่อปี จากนั้นได้เกิดกระแสข่าวพูดถึงประเด็นการยกเลิกหลักสูตรที่ครูได้ลงทะเบียนไปแล้ว และมีครูขอถอนตัวเป็นจำนวนมาก เพราะต้องเดินทางไปอบรมไกลแบบข้ามภูมิภาค และไม่มั่นใจว่าหลักสูตรจะถูกยกเลิกหรือไม่ เพราะไม่มีหลักประกันให้  รวมทั้งบางหน่วยที่จัดอบรมมีการทอนเงินค่าอบรมจำนวนหนึ่งจากค่าคอร์สเต็มที่ได้รับ 10,000 บาท โดยเขียนรายละเอียดในโครงการอบรม 4 วัน แต่อบรมจริงเพียง 2 วัน 
นายการุณ สกุลประดิษฐ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้ออกมาชี้แจงในประเด็นดังกล่าวว่า  ด้วยสถิติข้อมูลครูที่เข้าโครงการพัฒนารูปแบบครบวงจร จะพบว่ายอดรวมยกเลิกทั้งหมดมีจำนวนกว่าสองแสนราย สามารถแยกตามพฤติกรรมได้ โดยจะเห็นว่ายอดยกเลิกหลัง 15 วันก่อนการอบรมมีเพียงแค่ 2.3% ซึ่งเป็นจำนวนที่น้อยมาก ดังนั้นการบอกว่าครูแห่กันยกเลิกจึงสามารถอธิบายได้ว่าไม่เป็นความจริง ซึ่งในส่วนของการยกเลิกเพราะไม่ผ่านการอนุมัติ ก็มีเพียง 3.76% เท่านั้น ขณะที่การยกเลิกส่วนใหญ่ 86.9% หรือ 87% นั้น เกิดขึ้นก่อน 15 วัน โดยมาจากการยกเลิกการสำรองที่นั่ง หรือ waiting list หลังที่นั่งในหลักสูตรเต็มไปแล้ว และยกเลิกระหว่างการรออนุมัติ ในกรณีที่ครูเปลี่ยนใจไปเลือกหลักสูตรอื่น ซึ่งในภาพรวมจากจำนวนครูทั่วประเทศ 378,205 คน ครูที่ได้ลงทะเบียนกับโครงการผ่านระบบสำเร็จ มีจำนวน 305,894 คน คิดเป็น 80.88% หรือ 81% ของครูทั้งหมด
สำหรับประเด็นที่บางหน่วยมีการทอนเงินค่าอบรมบางส่วน และอบรมไม่ครบตามที่เขียนในโครงการ ทาง สพฐ. ได้ลงไปตรวจสอบและพบว่ากระแสข่าวเป็นความจริง โดย สพฐ. ได้รับแจ้งจากหน่วยอบรมในพื้นที่ ซึ่งช่วยกันรักษาสิทธิ์และ ปกป้องครูอย่างเข้มแข็ง ไม่ให้มีการเอาเปรียบครูได้ ทั้งนี้ สพฐ. ได้ดำเนินการตั้งทีมกฏหมายเพื่อสืบสวนข้อเท็จจริง และยังได้ส่งเรื่องนี้ไปให้ทางสถาบันคุรุพัฒนาสืบสวนตามอำนาจการถอดถอนออกจาก List Courses ที่ได้รับการรับรองอีกด้วย ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างการดำเนินการอย่างรวดเร็ว เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบกับภาพรวมของโครงการ และผู้จัดคนอื่นที่จัดหลักสูตรอย่างมีคุณภาพ รวมทั้งครูทั่วประเทศที่ตั้งใจพัฒนาตนเองเพื่อพัฒนาผู้เรียนต่อไปด้วย