วันพุธที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2562

สพฐ.ขับเคลื่อนงานสุขภาพจิตในโรงเรียน หลังพบมีปัญหาหลากหลายปัจจัยซึ่งอาจก่อให้เกิดเหตุร้ายได้

สพฐ.ขับเคลื่อนงานสุขภาพจิตในโรงเรียน หลังพบมีปัญหาหลากหลายปัจจัยซึ่งอาจก่อให้เกิดเหตุร้ายได้
นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวว่า เนื่องจากสถานการณ์ในปัจจุบัน พบว่า เด็กและเยาวชนมีแนวโน้มต้องการรับความช่วยเหลือด้านสุขภาพจิตมากยิ่งขึ้น เช่น ความเครียด หรือความวิตกกังวล ปัญหาจิตเวช ปัญหาความรัก ปัญหาซึมเศร้า และปัญหาครอบครัว ที่อาจนำไปสู่พฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์หรือเหตุการณ์ที่เป็นอันตราย
ด้วยเหตุนี้ทางสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.)ได้ ตระหนักถึงสถานการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้นกับนักเรียน โดยสำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา
จึงได้มีการดำเนินการพัฒนาด้านสุขภาพจิตในโรงเรียนแบบบูรณาการ โดยการสำรวจข้อมูล และ Focus Group สะท้อนถึงผลการดำเนินงานสุขภาพจิตในโรงเรียนที่ผ่านมา และเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นของจิตแพทย์ นักจิตวิทยา รวมทั้งผู้ปฎิบัติงานด้านสุขภาพจิตในโรงเรียน
เพื่อร่วมกันวางแผนพัฒนาด้านสุขภาพจิต นำไปสู่การยกร่างแนวทางการดำเนินงานสุขภาพจิตในโรงเรียนแบบบูรณาการ ควบคู่กับการพัฒนาโปรแกรมสำเร็จรูปสำหรับการช่วยเหลือสุขภาพจิตของนักเรียนกับสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ที่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลกับจิตแพทย์และทีมสุขภาพจิตในแต่ละพื้นที่ครอบคลุมทั่วประเทศ
ส่งผลต่อการดำเนินงานสุขภาพจิตในโรงเรียนได้อย่างชัดเจนและเป็นรูปธรรมได้มากยิ่งขึ้น เพื่อดูแลส่งเสริมให้นักเรียนมีพัฒนาการและมีสุขภาพจิตที่ดี
ซึ่งถือเป็นพื้นฐานความพร้อมสู่การเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพและดำเนินชีวิตอย่างมีความสุข


วันศุกร์ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2562

เลขาธิการ กพฐ.มอบหมายให้ สตผ.จัดประชุมปฏิบัติการพิจารณาคัดเลือกโรงเรียนที่มีรูปแบบจัดกิจกรรม ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ : Active Learning ที่ประสบความสำเร็จและเป็นต้นแบบได้ ในระดับ สพฐ.

                           
วันที่ 10-12 กรกฎาคม 2562 ณ โรงแรมบียอนด์สวีท กทม.โดย ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช ผู้อำนวยการสำนักติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้รับมอบหมายจากเลขาธิการ กพฐ.ให้เป็นประธานเปิดการประชุมและ บรรยายพิเศษ ในวันที่ 10 กรกฎาคม 2562 และ สพฐ.ได้แต่งตั้งคณะกรรมการคัดเลือกจากผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในการจัดกิจกรรม ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ : Active Learning เป็นผู้พิจารณาคัดเลือกจากเอกสารการประเมินโรงเรียนต้นแบบระดับ สพท. จำนวน 225 เขต ที่ส่งผลการคัดเลือกตามเกณฑ์การคัดเลือกของ สพฐ.เขตละ 1 โรงเรียน ซึ่งมีโรงเรียนที่ได้รับคัดเลือกระดับ สพท.เข้ารับการพิจารณาคัดเลือกครั้งนี้ จำนวน 153 โรงเรียน จากโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ รุ่นที่ 1 จำนวน 3,831 โรงเรียน รุ่นที่ 2 จำนวน 15,897 โรงเรียน
ซึ่งคณะกรรมการจะดำเนินการคัดเลือกให้เหลือจำนวน 30 โรงเรียน แล้ว สพฐ.จะดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการคัดเลือกลงพื้นที่เชิงประจักษ์ ระหว่างวันที่ 4-10 สิงหาคม 2562 เพื่อพิจารณาคัดเลือกในรอบสุดท้ายให้เหลือ 20 โรงเรียน แล้วประกาศเป็นโรงเรียนต้นแบบลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ : Active Learning ระดับ สพฐ. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2562
จากนั้นจะดำเนินการถอดบทเรียน เพื่อเป็นต้นแบบให้กับโรงเรียนในสังกัด สพฐ.ได้ศึกษา และดำเนินการต่อยอดสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับโรงเรียนต่างสังกัดต่อไป





วันอังคารที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2562

"เลขาธิการ กพฐ. ปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาผู้นำเยาวชน…รักษ์พงไพร โครงการค่าย “เยาวชน…รักษ์พงไพรเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา สมเด็จพระเทพรัตน์ราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี"

"เลขาธิการ กพฐ. ปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาผู้นำเยาวชน…รักษ์พงไพร โครงการค่าย “เยาวชน…รักษ์พงไพรเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา สมเด็จพระเทพรัตน์ราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี"




.
เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2562 ณ โรงแรมกานต์มณี พาเลซ กรุงเทพฯ นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นประธานในพิธีปิด การประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาผู้นำเยาวชน…รักษ์พงไพร โครงการค่าย “เยาวชน…รักษ์พงไพรเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา สมเด็จพระเทพรัตน์ราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี” 
.
นายสุเทพ ชิตยวงษ์ กล่าวว่า โครงการค่ายเยาวชน…รักษ์พงไพร มีวัตถุประสงค์เพื่อ ปลูกจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงพัฒนานักเรียน พัฒนาครูผู้รับผิดชอบฯ และผู้เกี่ยวข้อง ให้เป็นแกนนำการต่อยอดขยายผลในพื้นที่ และร่วมกันถวายรายงานในส่วนของนิทรรศการแบบบูรณาการโครงการค่าย เยาวชน…รักษ์พงไพร เฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ให้เป็นไปอย่างสมพระเกียรติ
.
ทั้งนี้การขับเคลื่อนงานนี้ ได้รับความร่วมมือจากภาคีเครือข่าย 13 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มูลนิธิสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดย กรมป่าไม้ และอุทธยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดย กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กรมพัฒนาที่ดิน กรมส่งเสริมการเกษตร กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมหม่อนไหม รวมถึง องค์กรสวนสัตว์ในพระบรมราชูปถัมภ์ สำนักการศึกษากรุงเทพมหานคร ทรู คอร์ปอเรชั่น และเครือเจริญโภคภัณฑ์
.
สำหรับการดำเนินโครงการฯ ประจำปี 2562 กำหนดให้มีการจัดค่ายจำนวน 31 ศูนย์ๆ ละ 4 รุ่นทั่วประเทศ มีนักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมรุ่นละ 60 คนรวมจำนวนทั้งสิ้น 7,440 คน ครูวิทยากร/แกนนำ รุ่นละ 10 คน รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,240 คน
.
นายสุเทพ ชิตยวงษ์ กล่าวต่อไปว่า การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นหนึ่งในประเด็นที่ทุกภาคส่วนต้องให้ความสำคัญและเข้ามามีส่วนร่วมในการปลูกฝังจิตสำนึก และเสริมสร้างคุณลักษณะที่พึงประสงค์ให้แก่เยาวชนอันเป็นทรัพยากรที่สำคัญที่สุดของชาติ ดังนั้น การพัฒนาผู้นำ เยาวชน…รักษ์พงไพร ระดับประเทศ ปี 2562 เป็นเรื่องที่ดีที่นักเรียนจะนำไปต่อยอดขยายผลทั้งในระดับโรงเรียนและชุมชน และนอกจากนี้สิ่งที่ทาง สพฐ. อยากเห็นมากกว่านั้นคือ การนำหลักการ แนวทาง และวิธีการเหล่านี้ไปบูรณาการให้ถึงห้องเรียนให้ได้เพราะเป้าหมายสุดท้ายของโครงการคือการสร้างความยั่งยืนในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่อยู่ในการจัดการเรียนการสอนในห้องเรียนอย่างแท้จริง





วันพฤหัสบดีที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

แจ้งมติมหาเถรสมาคม ครั้งที่ 13/2562 เรื่องกำหนดวันสอบธรรมสนามหลวง ประจำปีการศึกษา 2562



   
สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้แจ้งมติมหาเถรสมาคม ครั้งที่ 13/2562 
เรื่องกำหนดวันสอบธรรมสนามหลวง ประจำปีการศึกษา 2562

ในการนี้ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ขอความร่วมมือประชาสัมพันธ์การสอบธรรมศึกษาในสถานศึกษา และถวายความสะดวกให้แก่คณะสงฆ์ในการจัดการเรียนการสอนและการสอบธรรมสนามหลวง ประจำปีการศึกษา 2562 และสามารถดาวน์โหลด มติมหาเถรสมาคม ครั้งที่ 13/2562 เรื่องกำหนดวันสอบธรรมสนามหลวง ได้ที่เว็บไซต์ คลิกที่นี่ 

วันพฤหัสบดีที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

แหล่งการเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์และโบราณคดี

                                        พิพิธภัณฑ์สถานศึกษาแห่งชาติ ได้ทำการปรับปรุงห้อง
                       จัดแสดงให้มีความทันสมัย สำหรับการเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์และ
                       โบราณคดี  และได้เปิดห้องจัดแสดง จำนวน 2 ห้อง เรียบร้อยแล้ว

                       ขอเชิญชวนนักเรียน นักศึกษาและประชาชนทั่วไป เข้าชมห้องจัดแสดง
                       ได้ทุกวันพุธ- อาทิตย์ เวลา 09.00 - 16.00 น. ณ พิพิธภัณฑ์
                       สถานแห่งชาติ ถลาง เลขที่ 217/4 ม.3 ต.ศรีสุนทร  อ.ถลาง  จ. ภูเก็ต
                      
                       สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นางสาววรัญญา แก้วพวง
                       เจ้าพนักงานพิพิธภัณฑ์ปฏิบัติงาน  หมายเลขโทรศัพท์ 076-379 895-7

วันศุกร์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2562

สพฐ.และคณะติดตามลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงเรียนร่วมพัฒนา Partnership School จ.ระยอง

สพฐ.และคณะติดตามลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงเรียนร่วมพัฒนา Partnership School จ.ระยอง

นายสนิท แย้มเกษร รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (รองเลขาธิการ กพฐ.)
ว่าที ร.ต.ธนุ วงษ์จินดา ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
นายมีชัย วีระไวทยะ ผู้ก่อตั้งมูลนิธิวีระไวทยะ
รองประธานคณะกรรมการโครงการโรงเรียนร่วมพัฒนา
นางปัทมา วีระวานิช ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ
นางสาวจารุนันท์ แก้วทองนาค ผู้แทนจากสำนักงาน ก.ค.ศ.
นางจารุภา สังขารมย์ ผู้เชี่ยวชาญ สพฐ.
และคณะกรรมการโครงการฯ เดินทางตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของโรงเรียนวัดกระเฉท และโรงเรียนวัดเกาะ จ.ระยอง ซึ่งเป็นโรงเรียนในโครงการโรงเรียนร่วมพัฒนา (Partnership School Project)
นายสนิท แย้มเกษร รองเลขาธิการ กพฐ. กล่าวว่า การตรวจเยี่ยมโรงเรียนวัดกระเฉท และโรงเรียนวัดเกาะ
เพื่อดูความก้าวหน้าภายหลังจากที่โรงเรียนได้เข้าร่วมโครงการมาระยะหนึ่งแล้ว และพบว่าโรงเรียนทั้ง 2 แห่งสามารถบริหารจัดการได้ดีและมีความหลากหลายทั้งทางวิชาการและการปฏิบัติทางการเกษตรของเด็กนักเรียน
ที่สามรรถนำผลผลิตที่ได้ไปขายได้ทั้งเงินและได้ความรู้ให้เด็กและชุมชนประกอบอาชีพด้วย
โครงการร่วมพัฒนา (Partnership School Project) มีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการให้ภาคเอกชนที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาร่วมเป็นกรรมการบริหาร ในคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานของโรงเรียน เพื่อมาร่วมคิดร่วมพัฒนา และร่วมประเมินติดตามผลการจัดการศึกษา การประเมินครู คุณภาพนักเรียน ชุมชน
โดยใช้โรงเรียนเป็นศูนย์กลาง โดยเริ่มแรกภาคเอกชนและโรงเรียนจะต้องทำแผนพัฒนาร่วมกัน ทั้งด้านวิชาการ กิจกรรมที่จะพัฒนานักเรียนในด้านต่าง ๆ และกิจกรรมร่วมกับชุมชนที่เข้ามาร่วมพัฒนาโรงเรียน
ขณะนี้โรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการฯมีความเข้าใจและสามารถพัฒนาไปได้มาก และเชื่อว่าโครงการฯนี้จะดำเนินการต่อไปอย่างแน่นอน เนื่องจากเป็นนโยบายของรัฐบาล โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่เป็นผู้มอบนโยบายนี้ ให้กระทรวงศึกษาธิการ ดำเนินโครงการฯ ประกอบกับภาคเอกชนที่ร่วม MOU สนับสนุนโครงการนี้เป็นระยะเวลา 5 ปี ซึ่งก็จะทำให้โรงเรียนและชุมชนมีความเข้มแข็งขึ้น
ซึ่งโครงการได้ตั้งเป้าจะให้มีโรงเรียนร่วมพัฒนา (Partnership School Project) ให้ครบทุกจังหวัด
ขณะเดียวกัน ดร.สุเทพ ชิตยวงศ์ เลขาธิการ กพฐ.
ได้มีนโยบายให้ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา(สพท.)ทั่วประเทศ ร่วมกับภาคเอกชนให้เข้ามาสนับสนุนการศึกษา นำร่องเขตพื้นที่ละ 5 โรงเรียน และคาดว่าภายใน 2 เดือนนี้จะทราบตัวเลขโรงเรียน และจำนวนบริษัทเอกชนที่มาร่วมสนับสนุน
โดยในวันนี้ได้มีการประชุมคณะกรรมการพัฒนานวัตกรรมการบริหารจัดการสถานศึกษาในรูปแบบโรงเรียนรวมพัฒนา(Partnership School Project)
โดยมีบริษัทเอกชนต่างๆ รวมถึงหอการค้า จ.ระยอง เข้าร่วมประชุมด้วย
และจะนำผลการตรวจเยี่ยมโรงเรียนในวันนี้เข้าหารือในที่ประชุมด้วย คาดว่าจะมีบริษัทเอกชนเข้าร่วมสนับสนุนโรงเรียนในโครงการฯให้สามารถพัฒนาอย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น








วันพุธที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2562

“โครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 2”




“โครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 2”

หลักการและเหตุผล

                    ทุกวันนี้ คนไทยมีพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ต่างไปจากเดิมมากมาย
มีโรคที่เกิดขึ้นทั้งจากเชื้อโรค 
สภาพแวดล้อม และพฤติกรรมในการดำเนินชีวิต
เพราะฉะนั้นการมีสุขภาพที่ดีนั้นต้องประกอบด้วย 4 มิติ คือ กาย ใจ ปัญญา และสังคม
และนั่นก็คือภารกิจของ สสส. ในการสร้างเสริมสุขภาพเพื่อ “ป้องกันก่อนรักษา”
                    ด้วยความเชื่อในพลังคนรุ่นใหม่ในการเปลี่ยนแปลงโลก และเชื่อมั่น
ในศักยภาพของเยาวชน
 และเครือข่ายครูที่จะเป็นกำลังสำคัญในการทำงาน
สร้างเสริมสุขภาพ สร้างนวัตกรรมและการเปลี่ยนแปลงให้คนมีสุขภาพที่ดีขึ้นได้
สสส. จึงได้จัดโครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ


 (ThaiHealth Inno Awards) ขึ้นเป็นครั้งแรก ระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2560 –
กรกฎาคม 2561 
เพื่อสร้างโอกาสให้เยาวชนคนรุ่นใหม่แสดงความคิดความสามารถ
บ่มเพาะทักษะความสามารถในการประดิษฐ์ คิดค้น ต่อยอดนวัตกรรม
 ผ่านการวิเคราะห์การใช้วิทยาศาสตร์ สังคมศาสตร์ และเทคโนโลยี รวมทั้งปลูกฝัง
แนวคิดด้านการสร้างเสริมสุขภาพ ในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ เพื่อนำไปแก้ไขปัญหา
สุขภาพในชุมชนและสังคมได้จริง โดยแบ่งการประกวดเป็น 2 ระดับ ได้แก่
ระดับมัธยมศึกษา (ม.1 - 6) และ ระดับอาชีวศึกษา (ปวช. หรือเทียบเท่า)

                    สสส. มุ่งหวังที่จะสร้างและพัฒนาเยาวชนไทยให้เป็น “เมล็ดพันธุ์นวัตกร
สร้างเสริมสุขภาพ”โดยการบ่มเพาะทักษะ ความรู้ ความสามารถเพื่อบ่มเพาะทักษะ
ความรู้ ความสามารถด้านการวิจัย ประดิษฐ์คิดค้น สร้างสรรค์นวัตกรรมให้สามารถใช้ได้จริง
เพื่อสร้างนวัตกรรุ่นใหม่ที่ใส่ใจด้านการสร้างเสริมสุขภาพ


โครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ (ThaiHealth Inno Awards) ครั้งที่ 2
จึงได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องเพื่อเสริมสร้างวิธีคิดในการพัฒนานวัตกรรมให้สามารถตอบโจทย์
ความต้องการของการสร้างเสริมสุขภาพให้กับเด็กและเยาวชนที่จะเป็นกำลังสำคัญที่ทำให้คน
ในชุมชนและสังคมมีสุขภาพที่ดีได้อย่างยั่งยืน

วัตถุประสงค์ของโครงการ

                    1. สร้างโอกาสให้กับเยาวชนนักคิด นักวิจัย นักประดิษฐ์ นวัตกร 
ได้สร้างสรรค์โครงงานผลงานสิ่งประดิษฐ์ และนวัตกรรมด้านการสร้างเสริมสุขภาพ
ที่สามารถต่อยอดและนําไปพัฒนาให้เกิดขึ้นได้จริง 

                    2. บ่มเพาะทักษะ ความรู้ ความสามารถของเยาวชนด้านการวิจัย ประดิษฐ์ คิดค้น
และสร้างสรรค์นวัตกรรม และเพิ่มความเข้าใจในการต่อยอดผลงานให้สามารถเกิดขึ้นได้จริง
รวมถึงบ่มเพาะแนวคิดด้านการสร้างเสริมสุขภาพเพื่อสร้างนวัตกรรุ่นใหม่ที่ใส่ใจด้านสุขภาพ

ผู้รับผิดชอบโครงการ

                   สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
โดย สำนักพัฒนาภาคีสัมพันธ์และวิเทศสัมพันธ์ สำนักศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ

และฝ่ายสนับสนุนงานนวัตกรรม

รายละเอียดเพิ่มเติม คลิกที่นี่

ศธ. – TO BE NUMBER ONE – CEYDA – Garena ผนึกกำลังเปิดตัว “Esports Master Youth Champion” เวทีอีสปอร์ตระดับการศึกษาใหญ่สุดของไทย ตามแนวทางโครงการพระดำริ “BUFF TO BUILD NUMBER ONE” ชิงถ้วยพระราชทานและรางวัลรวมกว่า 3 ล้านบาท

. วันที่ 24 มิถุนายน 2569 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เป็นประธานในการแถลงข่าวเปิดตัวโครงการ “ Esports ...