วันพฤหัสบดีที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2562

สพฐ. เดินหน้าส่งเสริมการเตรียมความพร้อมกำลังคนด้านวิศวกรรมอาร์แอนด์ดี เพื่อสนับสนุนกำลังคนด้านการวิจัย นวัตกรรมในภาคอุตสาหกรรมและเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศตามนโยบายรัฐบาล

สพฐ. เดินหน้าส่งเสริมการเตรียมความพร้อมกำลังคนด้านวิศวกรรมอาร์แอนด์ดี เพื่อสนับสนุนกำลังคนด้านการวิจัย นวัตกรรมในภาคอุตสาหกรรมและเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศตามนโยบายรัฐบาล
---------------------------
ดร.สุเทพ ชิตยวงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนากำลังคนที่สามารถตอบสนองความต้องการในภาคอุตสาหกรรมในอนาคตของประเทศ ที่สอดรับกับทิศทางในการพัฒนาประเทศตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และนโยบายประเทศไทย 4.0 (อุตสาหกรรม 4.0) ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีบุคลากรที่สำเร็จการศึกษาจากกระบวนการบ่มเพาะด้วยหลักสูตรการศึกษาของสถาบัน KOSEN
.
เพื่อให้ได้บุคลากรที่สามารถดูดซับเทคโนโลยีสมัยใหม่ วิจัย พัฒนาต่อยอดและถ่ายทอดด้านวิศวกรรมศาสตร์ รวมถึงสามารถปฏิบัติงานด้านวิศวกรรมเชิงวิจัยในภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ของประเทศไทยได้ จึงมอบหมายให้ ดร.พีระ รัตนวิจิตร รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน นำคณะที่ปรึกษาและกรรมการความร่วมมือทางวิชาการระหว่างสถาบันโคเซ็นประเทศญี่ปุ่นและกลุ่มโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย สพฐ. เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการความร่วมมือฯ ครั้งที่ 5 (5th Organizing Committee Meeting) ระหว่างวันที่ 30 กรกฎาคม – 3 สิงหาคม 2562 ที่ผ่านมา
ณ สถาบัน Sendai KOSEN ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งคณะฝ่ายไทยนอกจากรองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานแล้ว
.
ยังมี ดร.โกศล เพ็ชร์สุวรรณ์ (ที่ปรึกษา) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ยุวดี นาคะผดุงรัตน์ (Co-Chairman) คุณสมใจ คล้ายสุบรรณ์ อัครราชทูตที่ปรึกษาด้านการศึกษา สถานเอกอักคราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว ดร.ภูริวรรษ คำอ้ายกาวิน ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานความเป็นเลิศด้านวิทยาศาสตร์ศึกษา สพฐ. รวมถึงเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องเดินทางเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ สำหรับฝ่ายญี่ปุ่นประกอบด้วย Dr. Kenji Higashida Executive Director, KOSEN Head Office (Co-Chairman, Dr. Omura Hiroshi Deputy Director General, KOSEN Head Office และอธิการบดีสถาบันโคเซ็น จำนวน 6 แห่ง พร้อมด้วยบุคลากร เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องฝ่ายต่างๆ ของสถาบันโคเซ็น
.
การศึกษาระบบโคเซ็น (KOSEN) ของประเทศญี่ปุ่น เน้นการบูรณาการคณิตศาสตร์ชั้นสูง กับทฤษฎีและการปฏิบัติทางวิศวกรรมศาสตร์ ผู้สำเร็จการศึกษาจะเป็นวิศวกรนักวิจัยเชิงสร้างสรรค์ที่มีประสบการณ์ที่เน้นการปฏิบัติงานวิจัยเชิงสร้างสรรค์ มีความรู้ด้านทฤษฎี (Practical engineers and researchers with creative minds) และมีความสามารถทางเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย (Cutting-edge technology) ตรงตามความต้องการของอุตสาหกรรมชั้นนำของโลก อีกทั้งยังเป็นที่ยอมรับในญี่ปุ่นว่าเป็นวิศวกรที่มีความรู้ความสามารถสูง สถาบันโคเซ็นได้ผลิตวิศวกรที่เน้นการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ล้ำสมัยและมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศญี่ปุ่นมามากกว่า 8 แสนคน ทำให้ประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศผู้นำทางด้านเศรษฐกิจและเทคโนโลยีแนวหน้าของโลกมาโดยตลอด
.
การประชุมคณะกรรมการความร่วมมือฯ 5th Organizing Committee Meeting ครั้งนี้มีสาระสำคัญของการประชุมประกอบด้วย การรับทราบผลการศึกษานักเรียนทุนรัฐบาลไทยตามโครงการทุนการศึกษาของนักเรียนโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัยไปศึกษาต่อ ณ สถาบันโคเซ็นประเทศญี่ปุ่น รุ่นที่ 1และรุ่นที่ 2 ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 3 มกราคม 2561 จำนวน 23 คน ขณะนี้กำลังศึกษา ณ สถาบันโคเซ็น ต่างๆ จำนวน 6 แห่ง ในสาขาวิชาวิศวกรรมศาสตร์ ประกอบด้วย 
กลุ่มสาขาวิชาวิศวกรรมเครื่องกล (Mechanical Engineering) จำนวน 5 คน 
กลุ่มสาขาวิชาวิศวกรรมวัสดุศาสตร์และเคมีวัสดุ (Materials and Chemistry Materials Engineering) จำนวน 6 คน
กลุ่มสาขาวิชาวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์ (Electrical and Engineering) จำนวน 6 คน
กลุ่มสาขาวิชาวิศวกรรมระบบอุตสาหกรรมและสารสนเทศ (Industrial Systems and Information System Engineering) จำนวน 3 คน
กลุ่มสาขาวิชาวิศวกรรมวิทยาศาสตร์ประยุกต์และหุ่นยนต์ (Advanced Science/ Applied Science and Robotic) จำนวน 3 คน
.
โดยนักเรียนทุนที่กำลังศึกษาอยู่ ณ สถาบันโคเซ็น ทุกคนมีผลการเรียนดีเยี่ยมและมีความสุขกับการเรียนอย่างเป็นที่น่าพอใจ ในจำนวนนักเรียนเหล่านี้มีนักเรียนที่สามารถสอบได้ที่ 1 ของรุ่นในชั้นเรียนรวมกับนักเรียนโคเซ็น ได้แก่ 
น.ส.กมลภัทร อินต๊ะวงศ์ (โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย พิษณุโลก) กำลังศึกษาสาขาวิชา Computer Science Course ณ Ibaraki KOSEN (รุ่นที่ 1) นายปุณณ์ มานะกิจศิริสุทธิ (โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย พิษณุโลก) กำลังศึกษาสาขาวิชา Integrated Science and Technology Mechanical System Course ณ Tsuyama KOSEN (รุ่นที่2) นอกจากนี้ยังมีนักเรียนทุนอีกหลายคนที่สอบได้ติดอันดับ Top 5 และได้คะแนน 100 คะแนนเต็มในวิชาต่างๆ เช่น Calculus Algebraic Geometry Physics Digital Engineering และภาษาญี่ปุ่น เป็นต้น
.
นอกจจากนี้ที่ประชุมมีมติเห็นชอบในหลักการข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการระดับสถาบัน ระหว่างสถาบัน KOSEN และ โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ในการแลกเปลี่ยนนักเรียนครูและบุคลากรทั้งในการเรียนการสอน การทำวิจัยนวัตกรรม ความร่วมมือกับสถาบันโคเซ็นของประเทศไทยในครั้งนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงการพัฒนากำลังคนที่สามารถตอบสนองความต้องการในภาคอุตสาหกรรมในอนาคตของประเทศ ที่สอดรับกับทิศทางในการพัฒนาประเทศตามกรอบวิสัยทัศน์และเป้าหมายของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมฉบับที่ 12 และยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่กำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศมุ่งสู่การเปลี่ยนผ่านประเทศไทยจากประเทศที่มีรายได้ปานกลางไปสู่ประเทศที่มีรายได้สูง โดยกำหนดตำแหน่งทางยุทธศาสตร์ของประเทศไทยให้เป็นประเทศที่มีรายได้สูงและสามารถกระจายรายได้อย่างเป็นธรรม เป็นศูนย์กลางด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ของภูมิภาคสู่ความเป็นชาติการค้าและบริการ (Trading and Service Nation) รวมทั้งการพัฒนาอุตสาหกรรม First S-curve และ New S-curve ทั้ง 10 ประเภท ตามนโยบายประเทศไทย 4.0 (อุตสาหกรรม 4.0) ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีบุคลากรที่สำเร็จการศึกษาจากกระบวนการบ่มเพาะด้วยหลักสูตรการศึกษาของสถาบัน KOSEN เพื่อให้ได้บุคลากรที่สามารถดูดซับเทคโนโลยีสมัยใหม่ วิจัย พัฒนาต่อยอดและถ่ายทอดด้านวิศวกรรมศาสตร์ รวมถึงสามารถปฏิบัติงานด้านวิศวกรรมเชิงวิจัยในภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ของประเทศไทยได้ เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้วยปัญญาและเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจโลกได้อย่างเป็นรูปธรรมและมีความยั่งยืนในอนาคต
.



หารือบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก

หารือบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก ให้เขตพื้นที่ลงแผนดำเนินงาน30 ส.ค.นี้ พร้อมตั้งทีมแก้ไขแนวทางและหลักสูตรที่เกี่ยวกับโรงเรียนขนาดเล็กให้ทันใหม่

นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) ว่า
ที่ประชุมได้หารือแผนการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก ซึ่งปัจจุบันมีทั้งหมด 15,715 โรงเรียน โดยมีการสำรวจข้อมูลสภาพปัญหาในแต่ละพื้นที่ รวมถึงกำหนดแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็ก ปีงบประมาณ 2562-2565 ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ
จากการสำรวจมีข้อมูลที่น่าสนใจ พบว่า ในหลายพื้นที่แก้ปัญหาด้วยวิธีการควบรวม โดยมีการเรียนรวมทุกชั้น และเรียนรวมบางชั้นเรียน ล่าสุดมีโรงเรียนที่ควบรวมไปแล้ว 5,685 โรงเรียน มีนักเรียนได้รับการสนับสนุนค่าพาหนะกว่า 75,000 คน
เพื่อใช้เดินทางไปเรียนในโรงเรียนดีใกล้บ้านที่มีอยู่ 249 โรงเรียน และโรงเรียนเครือข่าย 474 โรงเรียน ซึ่ง สพฐ.ได้สนับสนุนการจัดการเรียนการสอนในรูปแบบต่างๆ สำหรับการเรียนแบบคละชั้น การจัดสื่อการเรียนการสอน และการศึกษาทางไกล DLTV/DLIT การบูรณาการเรียนการสอนลักษณะนี้เป็นแนวทางที่สพฐ.จะขับเคลื่อนต่อไป
“วันที่ 30 สิงหาคม นี้ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา(สพท.) ทั่วประเทศ จะส่งแผนการบริการจัดการโรงเรียนขนาดเล็กมาให้ สพฐ.พิจารณา ซึ่งจากข้อมูลยังมีโรงเรียนที่ต้องคงอยู่
เนื่องจากอยู่ในพื้นที่ห่างไกลทุรกันดารอีก 1,917 แห่ง ซึ่ง สพฐ.จะทำงานเชิงรุก ที่ผ่านมาพบแล้วว่าการควบรวมโรงเรียนเป็นการส่งเสริมให้เกิดคุณภาพการศึกษา
แต่ต้องดูบริบทที่เหมาะสมด้วย การพิจารณาแก้ปัญหาจะขึ้นอยู่กับเขตพื้นที่นั้นๆที่จะบริหารจัดการโรงเรียน” นายสุเทพ กล่าว
นายสุเทพ กล่าวอีกว่า ในส่วนของอัตราผู้บริหารโรงเรียนที่ควบรวม จะต้องถูกยุบตามหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการของเขตพื้นที่
ซึ่งเมื่อเร็วๆนี้ได้ขอให้เขตพื้นที่ฯแจ้งตัวเลขผู้บริหารว่ามีเท่าไร โดยนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ ให้นโยบายมาว่าเป็นไปได้หรือไม่ เมื่อควบรวมโรงเรียนแล้ว จะให้อัตราผู้บริหารมาอยู่ในโรงเรียนอนุบาล เพื่อพัฒนาการเรียนการสอน
ขณะที่คณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ(คปร.) สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน(ก.พ.) กำหนดมาแล้วว่า โรงเรียนที่มีนักเรียนต่ำกว่า 120 คน เมื่อมีผู้บริหารเกษียณก็ให้ตำแหน่งยุบตามตัวบุคคล ไม่แต่งตั้ง ซึ่งเท่าที่สำรวจแล้ว พบว่า
โรงเรียนที่อยู่ในกลุ่มนี้มีอยู่จังหวัดละ 1 แห่ง รวมแล้วประมาณกว่า 70 โรงเรียนทั่วประเทศ และบางแห่งจำเป็นต้องคงอัตราไว้ เพราะเป็นโรงเรียนในพื้นที่เกาะแก่ง พื้นที่ห่างไกล กันดาร โดดเดี่ยว
ซึ่งเมื่อเร็วๆนี้ สพฐ.ได้ส่งหนังสือ ขอยกเว้นไม่ยุบอัตราในกรณีที่จำเป็นไว้แล้ว ผู้บริหารที่สอบขึ้นบัญชี และอบรมเรียบร้อยแล้วก็ไม่ต้องกังวล ว่าจะไม่มีอัตราบรรจุ ทราบว่ามีหลายคนกังวลว่าจะมีปัญหา ก็ไม่ต้องห่วง
นอกจากนี้ยังสั่งการให้ สพฐ.ไปรวบรวมกฎหมายต่างๆที่ใช้มานานกว่า 5 ปี ทั้งกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับหลักสูตร โรงเรียนขนาดเล็ก การบริหารเขตพื้นที่ฯ เพื่อปรับปรุงให้ทันสมัยและมีความเหมาะสมกับสภาพปัจจุบัน โดย สพฐ.ได้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาเรื่องดังกล่าวนี้แล้ว




วันพุธที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2562

สพฐ.ขับเคลื่อนงานสุขภาพจิตในโรงเรียน หลังพบมีปัญหาหลากหลายปัจจัยซึ่งอาจก่อให้เกิดเหตุร้ายได้

สพฐ.ขับเคลื่อนงานสุขภาพจิตในโรงเรียน หลังพบมีปัญหาหลากหลายปัจจัยซึ่งอาจก่อให้เกิดเหตุร้ายได้
นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวว่า เนื่องจากสถานการณ์ในปัจจุบัน พบว่า เด็กและเยาวชนมีแนวโน้มต้องการรับความช่วยเหลือด้านสุขภาพจิตมากยิ่งขึ้น เช่น ความเครียด หรือความวิตกกังวล ปัญหาจิตเวช ปัญหาความรัก ปัญหาซึมเศร้า และปัญหาครอบครัว ที่อาจนำไปสู่พฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์หรือเหตุการณ์ที่เป็นอันตราย
ด้วยเหตุนี้ทางสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.)ได้ ตระหนักถึงสถานการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้นกับนักเรียน โดยสำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา
จึงได้มีการดำเนินการพัฒนาด้านสุขภาพจิตในโรงเรียนแบบบูรณาการ โดยการสำรวจข้อมูล และ Focus Group สะท้อนถึงผลการดำเนินงานสุขภาพจิตในโรงเรียนที่ผ่านมา และเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นของจิตแพทย์ นักจิตวิทยา รวมทั้งผู้ปฎิบัติงานด้านสุขภาพจิตในโรงเรียน
เพื่อร่วมกันวางแผนพัฒนาด้านสุขภาพจิต นำไปสู่การยกร่างแนวทางการดำเนินงานสุขภาพจิตในโรงเรียนแบบบูรณาการ ควบคู่กับการพัฒนาโปรแกรมสำเร็จรูปสำหรับการช่วยเหลือสุขภาพจิตของนักเรียนกับสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ที่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลกับจิตแพทย์และทีมสุขภาพจิตในแต่ละพื้นที่ครอบคลุมทั่วประเทศ
ส่งผลต่อการดำเนินงานสุขภาพจิตในโรงเรียนได้อย่างชัดเจนและเป็นรูปธรรมได้มากยิ่งขึ้น เพื่อดูแลส่งเสริมให้นักเรียนมีพัฒนาการและมีสุขภาพจิตที่ดี
ซึ่งถือเป็นพื้นฐานความพร้อมสู่การเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพและดำเนินชีวิตอย่างมีความสุข


วันศุกร์ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2562

เลขาธิการ กพฐ.มอบหมายให้ สตผ.จัดประชุมปฏิบัติการพิจารณาคัดเลือกโรงเรียนที่มีรูปแบบจัดกิจกรรม ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ : Active Learning ที่ประสบความสำเร็จและเป็นต้นแบบได้ ในระดับ สพฐ.

                           
วันที่ 10-12 กรกฎาคม 2562 ณ โรงแรมบียอนด์สวีท กทม.โดย ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช ผู้อำนวยการสำนักติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้รับมอบหมายจากเลขาธิการ กพฐ.ให้เป็นประธานเปิดการประชุมและ บรรยายพิเศษ ในวันที่ 10 กรกฎาคม 2562 และ สพฐ.ได้แต่งตั้งคณะกรรมการคัดเลือกจากผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในการจัดกิจกรรม ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ : Active Learning เป็นผู้พิจารณาคัดเลือกจากเอกสารการประเมินโรงเรียนต้นแบบระดับ สพท. จำนวน 225 เขต ที่ส่งผลการคัดเลือกตามเกณฑ์การคัดเลือกของ สพฐ.เขตละ 1 โรงเรียน ซึ่งมีโรงเรียนที่ได้รับคัดเลือกระดับ สพท.เข้ารับการพิจารณาคัดเลือกครั้งนี้ จำนวน 153 โรงเรียน จากโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ รุ่นที่ 1 จำนวน 3,831 โรงเรียน รุ่นที่ 2 จำนวน 15,897 โรงเรียน
ซึ่งคณะกรรมการจะดำเนินการคัดเลือกให้เหลือจำนวน 30 โรงเรียน แล้ว สพฐ.จะดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการคัดเลือกลงพื้นที่เชิงประจักษ์ ระหว่างวันที่ 4-10 สิงหาคม 2562 เพื่อพิจารณาคัดเลือกในรอบสุดท้ายให้เหลือ 20 โรงเรียน แล้วประกาศเป็นโรงเรียนต้นแบบลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ : Active Learning ระดับ สพฐ. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2562
จากนั้นจะดำเนินการถอดบทเรียน เพื่อเป็นต้นแบบให้กับโรงเรียนในสังกัด สพฐ.ได้ศึกษา และดำเนินการต่อยอดสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับโรงเรียนต่างสังกัดต่อไป





วันอังคารที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2562

"เลขาธิการ กพฐ. ปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาผู้นำเยาวชน…รักษ์พงไพร โครงการค่าย “เยาวชน…รักษ์พงไพรเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา สมเด็จพระเทพรัตน์ราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี"

"เลขาธิการ กพฐ. ปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาผู้นำเยาวชน…รักษ์พงไพร โครงการค่าย “เยาวชน…รักษ์พงไพรเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา สมเด็จพระเทพรัตน์ราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี"




.
เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2562 ณ โรงแรมกานต์มณี พาเลซ กรุงเทพฯ นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นประธานในพิธีปิด การประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาผู้นำเยาวชน…รักษ์พงไพร โครงการค่าย “เยาวชน…รักษ์พงไพรเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา สมเด็จพระเทพรัตน์ราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี” 
.
นายสุเทพ ชิตยวงษ์ กล่าวว่า โครงการค่ายเยาวชน…รักษ์พงไพร มีวัตถุประสงค์เพื่อ ปลูกจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงพัฒนานักเรียน พัฒนาครูผู้รับผิดชอบฯ และผู้เกี่ยวข้อง ให้เป็นแกนนำการต่อยอดขยายผลในพื้นที่ และร่วมกันถวายรายงานในส่วนของนิทรรศการแบบบูรณาการโครงการค่าย เยาวชน…รักษ์พงไพร เฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ให้เป็นไปอย่างสมพระเกียรติ
.
ทั้งนี้การขับเคลื่อนงานนี้ ได้รับความร่วมมือจากภาคีเครือข่าย 13 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มูลนิธิสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดย กรมป่าไม้ และอุทธยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดย กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กรมพัฒนาที่ดิน กรมส่งเสริมการเกษตร กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมหม่อนไหม รวมถึง องค์กรสวนสัตว์ในพระบรมราชูปถัมภ์ สำนักการศึกษากรุงเทพมหานคร ทรู คอร์ปอเรชั่น และเครือเจริญโภคภัณฑ์
.
สำหรับการดำเนินโครงการฯ ประจำปี 2562 กำหนดให้มีการจัดค่ายจำนวน 31 ศูนย์ๆ ละ 4 รุ่นทั่วประเทศ มีนักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมรุ่นละ 60 คนรวมจำนวนทั้งสิ้น 7,440 คน ครูวิทยากร/แกนนำ รุ่นละ 10 คน รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,240 คน
.
นายสุเทพ ชิตยวงษ์ กล่าวต่อไปว่า การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นหนึ่งในประเด็นที่ทุกภาคส่วนต้องให้ความสำคัญและเข้ามามีส่วนร่วมในการปลูกฝังจิตสำนึก และเสริมสร้างคุณลักษณะที่พึงประสงค์ให้แก่เยาวชนอันเป็นทรัพยากรที่สำคัญที่สุดของชาติ ดังนั้น การพัฒนาผู้นำ เยาวชน…รักษ์พงไพร ระดับประเทศ ปี 2562 เป็นเรื่องที่ดีที่นักเรียนจะนำไปต่อยอดขยายผลทั้งในระดับโรงเรียนและชุมชน และนอกจากนี้สิ่งที่ทาง สพฐ. อยากเห็นมากกว่านั้นคือ การนำหลักการ แนวทาง และวิธีการเหล่านี้ไปบูรณาการให้ถึงห้องเรียนให้ได้เพราะเป้าหมายสุดท้ายของโครงการคือการสร้างความยั่งยืนในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่อยู่ในการจัดการเรียนการสอนในห้องเรียนอย่างแท้จริง





วันพฤหัสบดีที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

แจ้งมติมหาเถรสมาคม ครั้งที่ 13/2562 เรื่องกำหนดวันสอบธรรมสนามหลวง ประจำปีการศึกษา 2562



   
สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้แจ้งมติมหาเถรสมาคม ครั้งที่ 13/2562 
เรื่องกำหนดวันสอบธรรมสนามหลวง ประจำปีการศึกษา 2562

ในการนี้ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ขอความร่วมมือประชาสัมพันธ์การสอบธรรมศึกษาในสถานศึกษา และถวายความสะดวกให้แก่คณะสงฆ์ในการจัดการเรียนการสอนและการสอบธรรมสนามหลวง ประจำปีการศึกษา 2562 และสามารถดาวน์โหลด มติมหาเถรสมาคม ครั้งที่ 13/2562 เรื่องกำหนดวันสอบธรรมสนามหลวง ได้ที่เว็บไซต์ คลิกที่นี่ 

วันพฤหัสบดีที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

แหล่งการเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์และโบราณคดี

                                        พิพิธภัณฑ์สถานศึกษาแห่งชาติ ได้ทำการปรับปรุงห้อง
                       จัดแสดงให้มีความทันสมัย สำหรับการเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์และ
                       โบราณคดี  และได้เปิดห้องจัดแสดง จำนวน 2 ห้อง เรียบร้อยแล้ว

                       ขอเชิญชวนนักเรียน นักศึกษาและประชาชนทั่วไป เข้าชมห้องจัดแสดง
                       ได้ทุกวันพุธ- อาทิตย์ เวลา 09.00 - 16.00 น. ณ พิพิธภัณฑ์
                       สถานแห่งชาติ ถลาง เลขที่ 217/4 ม.3 ต.ศรีสุนทร  อ.ถลาง  จ. ภูเก็ต
                      
                       สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นางสาววรัญญา แก้วพวง
                       เจ้าพนักงานพิพิธภัณฑ์ปฏิบัติงาน  หมายเลขโทรศัพท์ 076-379 895-7

ศธ. – TO BE NUMBER ONE – CEYDA – Garena ผนึกกำลังเปิดตัว “Esports Master Youth Champion” เวทีอีสปอร์ตระดับการศึกษาใหญ่สุดของไทย ตามแนวทางโครงการพระดำริ “BUFF TO BUILD NUMBER ONE” ชิงถ้วยพระราชทานและรางวัลรวมกว่า 3 ล้านบาท

. วันที่ 24 มิถุนายน 2569 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เป็นประธานในการแถลงข่าวเปิดตัวโครงการ “ Esports ...